Miang kham – A royal leaf wrap appetizer
เมี่ยงคำ

May 23, 2016 · 9 comments · Click to listen to the Thai name pronunciation Listen to the Thai name pronunciation

By: Hanuman, Thaan Khun and Chef Thapakorn Lertviriyavit (Gorn)
จัดทำโดย หนุมาน, ขุนวิเสทเลือดเย็น, ฐาปกร เลิศวิริยะวิทย์ (เชฟกร)

เมี่ยงคำ - Miang Kham - A royal leaf wrap appetizer

miang kham ; เมี่ยงคำ

สำหรับเวอร์ชั่นภาษาไทย คลิกที่นี่

Miang kham is a leaf-wrapped hors d’oeuvre that, in addition to its ingredients, binds together the history of two kingdoms, tea culture and the life of one queen.

Pouches of Goodness
Miang kham is made from wrapping various ingredients into wild piper leaves (chaphlu, ชะพลู, Piper sarmentosum, wild betel), composing a single bite parcel.

Each leaf-wrapped parcel is a kaleidoscope of flavors and richness, textures, aromas and sensations. Fresh green-earthy-chlorophyll-herby-tobacco-peppery wild betel leaves enfold bursts of flavor from nutty roasted peanuts and crispy roasted coconut matches, the umami of savory dry shrimp, pungent-sweet diced shallots, small ginger cubes with a warm bite, sour and bitter unpeeled lime cubes, citrusy perfumed diced bitter orange (som za), naughty whole fresh tiny bird’s eye chilies, and small slices of the sharp and sour dtaling bpling (Averrhoa bilimbi, a relative of the carambola/starfuit). All of which is blended with a thick paste of sweet-sour and salty palm sugar and tamarind sauce.

The miang kham takes every taste bud on a fascinating pleasure trip through sweetness, saltiness, sourness, bitterness, and umami, piquancy, sharpness and spiciness, with an array of textures that slowly subside as the journey ends, leading to a familiar post orgasmic expression, a smile and the desire for more.

This desire for more is most likely what underlay ML Neuuang Ninrat’s (หม่อมหลวงเนื่อง นิลรัตน์) version of the leaf rolls she calls miang yaak, (“desired for” miang, เมี่ยงอยาก). In a memoir describing her life in the royal courts of Kings Rama V and VI, ML Ninrat utilizes pork crackling, palm sugar, fermented shrimp paste and other common ingredients found in every traditional Thai kitchen to compose the ultimate bite.

Even HM King Rama VI (1880-1925), renowned as both an accomplished writer of numerous poems, songs and plays and a translator of many foreign works into Thai, noted in his literary work:

miang kham makes me hungry, and so do miang sa maaw and miang bplaa thuu
(sa maaw: sour fruits of the myrobalan wood tree, bplaa thuu: mackerel)

เมี่ยงคำน้ำลายสอ เมี่ยงสมอเมี่ยงปลาทู
ข้าวคลุกคลุกไก่หมู น้ำพริกกลั้วทั่วโอชา

If you have yet to taste miang kham, we promise that you will never forget your first bite. If you are already familiar with it, we’d bet that you can remember your first time.

Pouches of Energy
The habit of chewing on leaf parcels is still a common practice along the winding Horse Road trade routes, which carry dry and fermented tea leaves from Yunnan in southwest China, crossing Laos and Burma on their way to the west.

Tea leaves are steamed and then left to ferment in large baskets. They are rolled into small balls, and put into the mouth; tucked between the cheek and the tongue, these pouches of energy are sucked and chewed, delivering doses of caffeine and liveliness into one’s bloodstream.

It is not uncommon to see rolls where dry shallots, chilies, peanuts and lime are added, perhaps to offset the rough, unripe bitterness.

In Burma, fermented tea leaves have gained the status of a national dish, lahpet, considered a gesture of hospitality and ancient symbolic offering of peace.

Queen Dara Rasamee (เจ้าดารารัศมี พระราชชายา)
Harmony and close relationships between ancient kingdoms were often generated via marriages among royal families.  Such was the arranged marriage between the Northern princess and the King of Siam, King Rama V, seven years before Lanna was fully annexed into Siam.

Dara Rasamee unwinding her hair before the full-length mirror. c1902.

Dara Rasamee unwinding her hair before the full-length mirror. c1902.

Queen Dara Rasamee arrived with her father, King Inthawichayanon of Chiang Mai, to the Siamese court in 1886. Her Northern manners and long hair were unfamiliar to the other queen consorts.

She was appointed by King Rama V to oversee the Court’s internal affairs, and through her direction, the culture of eating miang grew popular among the royal circles. The recipe for miang was subsequently adapted and improved, and published in the old cookbooks of Thai cuisine.

Miang kham was officially mentioned in the literary work of King Rama VI, which indicates that it was one of the royal snacks served in the palace at the time; and very likely unknown before the arrival of Queen Dara Rasamee.  A new term was used for the snack: “bite-size snack” or miang kham.

Cook it yourself
One of the reasons for the dish’s popularity these days is  that its ingredients are readily available.

There are two important stages in the preparation of the dish: cutting and roasting the coconuts, and making the sauce.

So, get your family and friends together, because making miang kham is a fantastically fun activity. Relaxing, perfect for the summer time, it brings every member of the family closer in a delightfully delicious pastime.

Cooking tips:

  • Try eating miang kham with young thaawng laang leaves (Erythrina orientalis; ใบทองหลางอ่อน)
  • For the roasted coconut, select a semi-mature coconut that is not too tough and still easy to slice. Select a coconut with a golden-brown shell.

เมี่ยงคำน้ำลายสอ เมี่ยงสมอเมี่ยงปลาทู
ข้าวคลุกคลุกไก่หมู น้ำพริกกลั้วทั่วโอชา …..

(พระราชนิพนธ์กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖)

เคยมีสมาชิกถามถึง “เมี่ยงคำ” มานานแล้วว่า เป็นของโบราณหรือไม่ และอยากให้เขียนถึง… วันนี้จึงได้ฤกษ์นำมาให้ชิมกัน แต่เดิมที่รีรอยังไม่ทำเสียทีก็เพราะ เห็นเป็นเมี่ยงที่คนรู้จักกันมากที่สุด ที่ไหน ๆ ก็มีเมี่ยงชนิดนี้ เว็ปเพจอื่น ๆ ก็นำเสนอไปกันมากแล้ว แต่ก็พยายามจะหาข้อมูลดูความเก่าแก่ของตำรับ “เมี่ยงคำ” นี้ มาให้ด้วยด้วย ประกอบกับทาง Thaifoodmaster ถ้าจะทำ “เมี่ยงคำ” ทั้งที จะให้ธรรมดาได้ที่ไหน อย่างน้อยต้องเครื่องครบ !!! และกว่าจะมีโอกาสหาเครื่องได้ครบ ไม่ง่ายเลย… ถ้าไม่ได้จาลูกชายเล่นซนเก็บผักผลไม้อย่าง ใบชะพลู ตะลิงปลิง ส้มส้า มาให้

ค้นข้อมูลดูว่าตำรับ “เมี่ยงคำ” เริ่มปรากฏมีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแต่เมื่อใดกันแน่ สอบทานดูตำราอาหารเก่า ๆ หลายตำรับ ที่ตีพิมพ์ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ก็ไม่พบ “เมี่ยงคำ” ในวิถีอาหารไทยโบราณแต่อย่างใด พบแต่ เมี่ยงลาว หรือ เมี่ยงพายัพ ซึ่งหมายถึงเมี่ยงที่มาจากทางเหนือ จากการอ่านหนังสือหลาย ๆ เล่ม เพื่อหาข้อมูลพบว่า “เมี่ยง” ได้เริ่มเป็นที่นิยมแพร่หลายในรั้วในวัง ก็หลังจากที่พระราชชายาเจ้าดารารัศมี ลงมารับราชการในราชสำนักที่กรุงเทพฯ และได้นำวัฒนธรรมการกินเมี่ยง ซึ่งเป็นหนึ่งในวิถีการดำรงชีวิตแบบล้านนาติดมาในหมู่ข้าราชบริพารชาวเหนือในตำหนักของพระองค์ ซึ่งบรรดาชาววังในสมัยนั้นจะเห็นเป็นสิ่งแปลกตาโก้เก๋ และคอยเอาอย่างในบางเรื่อง ทำให้หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มมีตำรับเมี่ยงต่าง ๆ ออกมามากมาย ปรากฏในตำราอาหารหรือเครื่องว่างต่าง ๆ ของไทยในสมัยต่อ ๆ มา สำหรับ “เมี่ยงคำ” นั้น พบว่ามีปรากฏครั้งแรก ในบทกาพย์เห่ชมเครื่องว่าง ของรัชกาลที่ ๖ ที่ใช้เป็นบทนำในตอนต้นบทความนี้ ซึ่งนั่นก็แสดงว่า “เมี่ยงคำ” กลายเป็นเครื่องว่างในวังหลวงเป็นที่นิยมกันมากแล้วในสมัยนั้นถึงสามารถขึ้นโต๊ะเครื่องเสวยได้ จึงเป็นข้อสันนิษฐานว่าน่าจะมีกำเนิดมาไม่เก่าไปกว่าสมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นแน่แท้ ตำรับ “เมี่ยงคำ” คงจะเกิดจากการคิดประดิษฐ์ทำนำสิ่งละอันพันละน้อย ใส่ไปในคำเมี่ยง พร้อมใส่น้ำเมี่ยง เพื่อรับประทาน ทีละคำ ๆ จึงได้ชื่อว่า “เมี่ยงคำ” เหมือน ๆ หรือทำนองเดียวกันกับ “เมี่ยงอยาก” ที่ คุณป้า ม.ล. เนื่อง นิลรัตน์ เขียนบันทึกไว้ในหนังสือ “ชีวิตในวัง” ที่ตีพิมพ์มาแล้วหลายครั้ง ว่าเกิดจากความอยากกินเมี่ยง ของกลุ่มข้าหลวงวังสวนสุนันทา เวลามานั่งจับกลุ่มคุยกันยามว่างภารกิจ และไปค้นหาของในครัว ได้ กากหมู น้ำตาลปึก กะปิ ฯลฯ ก็นำมารับประทานกันเป็น”เมี่ยง” ที่อร่อยอย่างง่าย ๆ

การที่ “เมี่ยงคำ” แพร่หลาย กลายเป็นเมี่ยงที่ได้รับความนิยมอย่างมาก และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป มาจนปัจจุบันนี้ ก็น่าจะเป็นเพราะ เครื่องเคราของเมี่ยงคำนั้น เป็นของหาง่าย สามารถจัดเตรียมหาได้โดยทั่วไป ในทุกถิ่นทั่วภูมิภาคของประเทศ คือหลัก ๆ ก็มี ใบชะพลู มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง ขิง หอมแดง และ พริกขี้หนู กับน้ำเมี่ยงรสเค็มหวาน จึงทำให้ “เมี่ยงคำ” มีรสชาติครบครัน ทั้งกรอบ มัน หอม เปรี้ยว เค็ม หวาน เผ็ด ครบทุกรสเข้ากันอย่างลงตัวกันเป็นอย่างดี และที่สำคัญ มีสรรพคุณทางสมุนไพรมากมายอีกด้วย ความยุ่งยากในการทำ “เมี่ยงคำ” จะอยู่ที่แค่ การซอยมะพร้าวคั่วให้กรอบ และ การปรุงน้ำเมี่ยงให้อร่อย หอม มีรสชาติถูกใจคนกินเท่านั้นเอง
Thaifoodmaster จึงขอแนะนำ การเตรียมเครื่อง “เมี่ยงคำ” หลัก คือ มะพร้าวคั่ว และ น้ำเมี่ยง ไว้ดังนี้

มะพร้าวคั่ว
ให้ใช้มะพร้าวทึนทึกที่แก่หน่อย แต่ยังไม่ถึงกับห้าว เนื้อจะได้ไม่แข็งเกิน และสามารถหั่นซอยได้ง่าย เวลาเลือกให้ดูที่กะลา ถ้ามีสีน้ำตาลเกือบดำแล้ว ให้เลือกได้เลยไม่เหมือนกับที่จะนำมาใช้ทำขนมที่ต้องการเนื้อแค่กรุบ ๆ จึงเลือกกะลาที่มีสีอ่อน เมื่อได้มะพร้าวมาแล้ว ให้นำมากระเทาะเปลือก เอาแต่เนื้อ จะได้เนื้อมะพร้าวสีขาว และมีเปลือกนอกเนื้อเป็นเยื่อสีน้ำตาลไม่เข้มมาก จัดการใช้มีดคม ๆ หั่นเนื้อมะพร้าวตามยาวให้เป็นเส้น ๆ หนาราวเส้นละไม่เกินครึ่งกระเบียด แล้ววางนอนซ้อนกัน 3-4 อัน ซอยเฉียง ๆ ให้เป็นเส้นฝอย ๆ ยาว ๆ ผึ่งลมไว้พอหมาด ๆ นำไปคั่วไฟอ่อนจนกรอบเหลือง ระหว่างคั่ว ให้โรยน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย สีมะพร้าวคั่วจะเป็นสีน้ำตาลทองสวย และมีกลิ่นหอมขึ้นมาก พอเย็นสนิทดีแล้ว ค่อยเก็บใส่โหลหรือกล่องพลาสติกปิดให้สนิท ไม่ให้ถูกอากาศ เก็บในตู้เย็นได้ราวหนึ่งสัปดาห์

น้ำเมี่ยงคำ
น้ำตาลมะพร้าว กะปิดี น้ำมะขามเปียก น้ำสะอาด ข่าเผา ขิงแก่เผา ทั้งข่าและขิง คั้นเอาแต่น้ำ ทั้งหมดตั้งไฟเคี่ยว พอเริ่มเหนียวเดือดเป็นฟองยกลง เมื่อเย็นสนิท จะเหนียวขึ้นอีก ใส่กุ้งแห้งป่น มะพร้าวคั่วป่น และถั่วลิสงป่น ลงไปอย่างละหน่อย ให้น้ำจิ้มข้น คนให้เข้ากันดีเป็นใช้ได้ ชิมให้รสหวานและเค็มนำหน้า เปรี้ยวตามมาห่าง ๆ หรือตามชอบใจ เวลารับประทานก็จัดเครื่องเครา ล้างผักให้สะอาดเด็ดเป็นใบ ๆ หั่นขิง หอมแดง มะนาว พริก เป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ ใส่ภาชนะเป็นหมวดหมู่ และน้ำเมี่ยงใส่ถ้วยต่างหาก แยกไว้ให้หยิบเมี่ยงคำกินเอง

ในตำรับของ Thaifoodmaster จะรับประทานเมี่ยงคำ นอกจากใบชะพลูแล้วจะต้องมี ใบทองหลางอ่อนเพิ่มเติมอีก(ถ้ามี) ใช้เม็ดมะม่วงหิมพานต์หรือถั่วลิสง เพิ่มส้มซ่าหั่นสี่เหลี่ยม ตะลิงปิงหั่นแว่น และ มะนาวหั่นเต๋า เพิ่มพริกเหลือง พริกแดงหั่น และยังใช้พริกขี้หนูเม็ดเล็กสีเขียวแดงทั้งเม็ด ตามชอบ

หากมีเวลาว่างวันหยุด ลองทำเมี่ยงคำ กินกันในครอบครัวสิขอรับ ให้สมาชิกในครอบครัวช่วยกันทำคนละไม้คนละมือ จะได้ส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้น และเพลิดเพลินได้ไม่น้อยกว่าการออกไปพักผ่อนหย่อนใจที่ไหน ๆ โดยเฉพาะในหน้าร้อนอย่างนี้
ด้วยจิตคารวะ

5.0 from 2 reviews
Miang kham Recipe
สูตรทำเมี่ยงคำ
 
Prep time
Cook time
Ready In
 
Miang kham is made from wrapping various ingredients into wild piper leaves (chaphlu, ชะพลู, Piper sarmentosum, wild betel), composing a single bite parcel. The miang kham takes every taste bud on a fascinating pleasure trip through sweetness, saltiness, sourness, bitterness, and umami, piquancy, sharpness and spiciness, with an array of textures that slowly subside as the journey ends, leading to a familiar post orgasmic expression, a smile and the desire for more.
By:
Recipe type: Appetiser
Cuisine: Thai
Serves: 20

Ingredients

 
  • Wild piper leaves (chaphlu, ชะพลู)
  • Young thaawng laang leaves (Erythrina orientalis; ใบทองหลางอ่อน)
  • Roasted peanuts
  • Dry shrimp
  • Bird's eye chilies
  • Shallots, cut into small cubes
  • Lime, cut into small cubes
  • Bitter orange (som za), cut into small cubes
  • Ginger, cut into small cubes
  • (optional) Dtaling bpling, sliced (ตะลิงปิง Averrhoa bilimbi)
For making Ground roasted coconut
  • 1/2 cup Roasted coconut
  • 1 tablespoon Granulated sugar
For making Miang Kham Sauce
  • 3 tablespoon Fermented shrimp paste, grilled
  • 1 1/2 cups Palm sugar
  • 4 tablespoons Granulated white sugar
  • 5 tablespoons Tamarind paste
  • 5 tablespoons Dry shrimp powder
  • 5 tablespoons Ground roasted coconut
  • 5 tablespoons Ground roasted peanuts
  • 1/2 teaspoon Grilled galangal juice
  • 1 teaspoon Grilled ginger juice
ส่วนผสม
  • ใบชะพลู
  • ใบทองหลางอ่อน
  • ถั่วลิสงคั่ว
  • กุ้งแห้ง
  • พริกขี้หนู
  • หอมแดง หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ
  • มะนาว หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ
  • ส้มซ่า หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ
  • ขิง หั่นเป็นลูกเต๋าเล็ก ๆ
  • ตะลิงปิง หั่นแว่น ๆ
ส่วนผสมมะพร้าวคั่ว
  • มะพร้าวทึนทึกแก่หน่อย 1/2 ลูก
  • น้ำตาลทรายขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ส่วนผสมน้ำเมี่ยง
  • กะปิย่าง 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลมะพร้าว 1 1/2 ถ้วย
  • น้ำตาลทรายขาว 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะขาวเปียก 5 ช้อนโต๊ะ
  • กุ้งแห้งป่น 5 ช้อนโต๊ะ
  • มะพร้าวคั่วป่น 5 ช้อนโต๊ะ
  • ถั่วลิสงคั่วป่น 5 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำข่าเผา 1/2 ช้อนชา
  • น้ำขิงเผา 1 ช้อนชา
Method
  1. Cut the coconut into thin strips, stack 3-4 strips at a time, and cut diagonally at 45 degrees for thin match-like sticks.
    นำเอามะพร้าวทึนทึกมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ แล้ววางนอนซ้อนกัน 3-4 อัน ซอยเฉียง ๆ ให้เป็นเส้นฝอย ๆ ยาว ๆmiang kham ; เมี่ยงคำ
  2. Roast on low heat until golden.
    คั่วโดยใช้ไฟอ่อนmiang kham ; เมี่ยงคำ
  3. When almost done, sprinkle the coconut with granulated white sugar.
    เมื่อมะพร้าวมีสีน้ำตาล จากนั้นโรยน้ำตาลทรายขาวลงไปmiang kham ; เมี่ยงคำ
  4. Continue to roast until the coconut is golden and crispy. Let the sticks cool, and store in an air-tight container.
    คั่วให้เข้ากัน เสร็จแล้วพักเอาไว้miang kham ; เมี่ยงคำ
  5. Roast or grill whole ginger and galangal root until charred.
    นำข่าและขิงไปเผาmiang kham ; เมี่ยงคำ
  6. Pound the ginger and galangal separately, and strain the juices of each through fine cheesecloth. Set aside.
    โขลกที่ละอย่างพอหยาบ ๆ เติมน้ำเปล่าลงไปนิดหน่อย ห่อด้วยผ้าขาวบาง ปีบน้ำขิง และ น้ำข่าออกมาแยกกัน เสร็จแล้วพักเอาไว้miang kham ; เมี่ยงคำ
  7. Over low-medium heat, dissolve the palm sugar, tamarind paste, kapi and a spoonful or two of water.
    ตั้งหม้อไฟกลาง ละลายน้ำตาลมะพร้าว น้ำมะขามเปียก กะปิ กับ น้ำเปล่านิดหน่อยให้เข้ากันmiang kham ; เมี่ยงคำ
  8. Stir constantly, cook the syrup until nice bubbles appear. It will thicken as it cools.
    เมื่อเริ่มเดือด ให้สังเกตจะมีฟองขึ้นมาและน้ำเมี่ยงเริ่มเหนียวmiang kham ; เมี่ยงคำ
  9. Add ground roasted peanuts, ground roasted coconut and dry shrimp powder.
    ใส่ถั่วลิสงคั่วป่น มะพร้าวคั่วป่น และ กุ้งแห้งป่นลงไปmiang kham ; เมี่ยงคำ
  10. Add grilled galangal and ginger juice. Taste.
    คนให้เข้ากัน ใส่น้ำข่า น้ำขิง ลงไปmiang kham ; เมี่ยงคำ
  11. Serve.
    เสริฟmiang kham ; เมี่ยงคำ

 

{ 9 comments }

Beef Phanaeng Curry and Ancient Grilled Phanaeng Chicken Curry
(พะแนงเนื้อ และ ไก่ผะแนง จากตำราอาหารที่เก่าสุดในสยาม)

May 12, 2016 Articles
พะแนงเนื้อ และ ไก่ผะแนง จากตำราอาหารที่เก่าสุดในสยาม ; Beef Phanaeng Curry and Ancient Grilled Phanaeng Chicken Curry

พะแนงเนื้อ และ ไก่ผะแนง – จากตำราอาหารที่เก่าสุดในสยาม – Beef Phanaeng Curry and Ancient Grilled Phanaeng Chicken Curry
A step by step tutorial – both in English and in Thai
เมนูนี้จะมีคำอธิบายและวิธีทำเป็นขั้นตอนละเอียดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Read the full article →

Fried Dried Fish with Watermelon
(ผัดปลาแห้งแตงอุลิต ; phat bplaa haaeng dtaaeng oo lit)

April 26, 2016 Central Plains and Bangkok Cuisine
ผัดปลาแห้งแตงอุลิต ; Fried Dried Fish with Watermelon

ผัดปลาแห้งแตงอุลิต – Fried Dried Fish with Watermelon
A step by step tutorial – both in English and in Thai
เมนูนี้จะมีคำอธิบายและวิธีทำเป็นขั้นตอนละเอียดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
Here is a summer dish that showcases the wisdom of creating complex flavors through simplicity. Using just lightly salted semi-dried snakehead fish, golden deep-fried shallots and a sweetening agent (either sugar or coconut), we create a condiment that partners perfectly with pieces of sweet juicy watermelon.

Read the full article →

Naam Phrik Lohng Reuua
(Boat Embarking Chili Relish)
Relish of Fermented Shrimp Paste Sauce with Sweet Pork Condiment and Crispy Deep-Fried Fluffy Fish
(น้ำพริกลงเรือต้นตำรับ ; naam phrik lohng reuua)

March 30, 2016 Central Plains and Bangkok Cuisine
Naam Phrik Lohng Reuua ; Boat Embarking Chili Relish - Fermented Shrimp Paste Sauce with Sweet Pork Condiment and Crispy Deep-Fried Fluffy Fish

น้ำพริกลงเรือ – Naam Phrik Lohng Reuua – Relish of Fermented Shrimp Paste Sauce with Sweet Pork Condiment and Crispy Deep-Fried Fluffy Fish
A step by step tutorial – both in English and in Thai
เมนูนี้จะมีคำอธิบายและวิธีทำเป็นขั้นตอนละเอียดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Read the full article →

Old-Fashioned Thai Red Curry of Grilled & Smoked Pork Neck and Unripe Green Bananas
(แกงหมูย่างกับกล้วยดิบ ; gaaeng muu yaang gap gluay dip)

March 27, 2016 Central Plains and Bangkok Cuisine
แกงหมูย่างกับกล้วยดิบ ; Old-Fashioned Thai Red Curry of Grilled & Smoked Pork Neck and Unripe Green Bananas

แกงหมูย่างกับกล้วยดิบ – Old-Fashioned Thai Red Curry of Grilled & Smoked Pork Neck and Unripe Green Bananas
A step by step tutorial – both in English and in Thai
เมนูนี้จะมีคำอธิบายและวิธีทำเป็นขั้นตอนละเอียดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Read the full article →

Fermented Rice Noodles, Shrimp and Pork Appetizer Dressed with Fried Chili Jam and Peanuts
(ขนมจีนญี่ปุ่น; Khanohm jeen Yee Poon)

March 20, 2016 Appetizer Recipes
ขนมจีนญี่ปุ่น ; Khanohm jeen Yee Poon

ขนมจีนญี่ปุ่น – Fermented Rice Noodles, Shrimp and Pork Appetizer Dressed with Fried Chili Jam and Peanuts
A step by step tutorial – both in English and in Thai
เมนูนี้จะมีคำอธิบายและวิธีทำเป็นขั้นตอนละเอียดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Read the full article →

Fermented Rice Noodles Served with Pineapple, Fish Balls in Coconut Milk, Grilled Curried Fish Cakes, Young Ginger and Dry Shrimp Powder
(ขนมจีนซาวน้ำ ; khanohm jeen saao naam )

March 17, 2016 Boiled, Stewed, Braised, Sautéd and Poached
ขนมจีนซาวน้ำ ; khanohm jeen saao naam

ขนมจีนซาวน้ำ – Khanohm Jeen Saao Naam – Fermented Rice Noodles Served with Pineapple, Fish Balls in Coconut Milk, Grilled Curried Fish Cakes, Young Ginger and Dry Shrimp
A step by step tutorial – both in English and in Thai
เมนูนี้จะมีคำอธิบายและวิธีทำเป็นขั้นตอนละเอียดเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

Read the full article →